ครับคงจะจริงที่ว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" แน่นอนครับสำหรับสถานบริการด้านต่างๆปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเป็นคนหาเงินมาให้เราใช้ ฟังดูดีมะ อิอิ
 
แต่ก็นั่นล่ะครับ ในใจจริงๆของพนักงานบริการก็คือ "ลูกค้าคือตัวปัญหาขั้นเทพ" สามารถหอบสารพัดปัญหามาให้ได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ก็ต้องขอบคุณเค้าล่ะครับ เพราะมีลูกค้าแบบนี้พวกเราถึงมีประสบการณ์ และหลายครั้งเมื่อเราตกอยู่ในสถานะ "ลูกค้า" เราถึงเข้าใจความผิดพลาดทำให้เราใจเย็น แต่บางครั้งมันก็เม้งแตกเหมือนกันนะครับกับการไม่แก้ไขปัญหาของสิ่งที่เกิดขึ้น
 
หลายครั้งที่ลูกค้าโวยวายใหญ่โตในเรื่องไม่เป็นเรื่อง บอกได้เลยนะครับพวกที่เชี่ยวๆทำงานมาเยอะ มันใช่จะแคร์ซะเมื่อไหร่อย่างมากก็หางานใหม่ แต่ก็นั่นแหละ งานแบบนี้ถ้าไม่ใช่ระดับหัวหน้าก็แทบจะขอให้ทำต่อ ยกเว้นพวกไม่ผ่านโปร จริงๆโปรมันไม่ได้ยากเลยแต่ว่าพฤติกรรมของตัวเค้าเองต่างหากที่ทำให้ไม่ผ่าน 
 
เพราะงานบริการพวกนี้ถ้าพฤติกรรมมันไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ เค้าคงไม่เอาออกเพราะส่วนใหญ่งานพวกนี้จะอยู่ในลักษณะตำแหน่งที่มีคนหมุนเวียนมากที่สุด ดูง่ายๆที่เข้ากันบ่อยๆอย่าง7-11สิครับ เราจะได้เห็นพนักงานเปลี่ยนหน้ากันบ่อยๆ3เดือนบ้าง6เดือนบ้างมีเยอะครับ แต่บางคนทำแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวอันนี้ก็ไม่ว่ากัน
 
งานบริการเป็นงานที่จัดว่าสนุกนะแต่ว่าก็มีเรื่องให้เครียดได้พร้อมๆกัน กฎเหล็กอย่างหนึ่งเลยของงานบริการคือ วันหยุดยาว/นักขัตฤกษ์ ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามขาด เป็นไปได้มึงห้ามตายด้วย เพราะฉะนั้นใครคิดจะทำงานบริการ อย่าหวังว่าจะได้กลับบ้านไปฉลองปีใหม่ ไปเล่นน้ำดูสาวหรือไปลอยกระทงกับแฟน ทำได้อย่างเดียวครับคือหลับฝันเอา
 
มีครั้งนึงขึ้นไปสมัครงานที่ร้านอาหาร ต้องเรียกว่าขึ้นเขากันเลยที่เดียวไม่ไกลมากแต่เสี่ยงสุดๆทางขึ้นเอียงเกือบจะ60องศา ไปครั้งแรกถอดใจกลับกลางทางเลยเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่คุ้มถ้าชีวิตกูจะหาไม่ ณจุดจุดนี้ แต่พอเล่าให้น้องฟังก็โดนบังคับโดยมันจะไปส่งให้ถึงที่ พอสมัครไปจู่ๆก็มีคนงานทำงานเป็นคนสวนขึ้นมาขอออกจะกลับบ้านหลังจากทำงานมา3วัน 
 
ผจก: ลาออกทำไมจะไปไหนได้งานใหม่เหรอ
คนสวน: เปล่าครับผมจะกลับบ้าน
ผจก: กลับกี่วัน
คนสวน: 3วันครับ
ผจก: เฮ้ย ไม่ต้องออก บอกเลยให้ไปอยู่แล้ว 
คนสวน: ผมเพิ่งมากลัวลาไม่ได้ เลยจะลาออก
ผจก: ไม่ต้อง ลาได้ ไปแล้วกลับมานะ
คนสวน: ครับๆ (กำลังหลังหันเดินลงบันได)
ผจก: กลับมานะ ไม่ต้องลาออกเดี๋ยวบอกเฮียให้ กลับมานะ
 
แหมเรียกยังกับญาติจะจากไป ได้ยินแบบนั้นก็พอเข้าใจล่ะครับ เพราะมันขึ้นมาลำบากจริงๆแถมไม่มีรถรับส่งขึ้นไปอีก ถ้ามีรถก็อาจจะอยู่ทำงานที่นั่นก็ได้ สมัครสโตร์เฮียดันให้ไปเป็นแคชเชียร์(อีกแล้ว)แต่ก็ไม่มายด์อ่ะเพราะกะไม่ทำอยู่แล้ว ทางขึ้นโคตรชันยังไงก็เชื่อว่าพระเจ้ายังไม่อยากเห็นหน้าเราแน่ๆก็เลยเลือกที่จะไม่ไปดีกว่า ไม่งั้นชีวิตอาจจะหาไม่ไปแล้วก็ได้ ส่วนใหญก็จะเป็นพวกเคยชินกับทางลาดชัน(บ้านบนดอย)ซะส่วนใหญ่ส่วนคนไทยอย่างข้าพเจ้าขอบายดีกว่า ไม่ได้ดูถูกแต่ว่าใจมันไม่กล้าพออ่ะ ^^
 

 


Comment

Comment:

Tweet